Author Topic: ไตรภาคของปลากัดหางสั้น  (Read 3439 times)

webmaster

  • Administrator
  • Newbie
  • *****
  • Posts: 25
  • ชีวิตไม่ให้ใครบงการ
    • View Profile
    • http://www.betta-fever.com/
เรียบเรียงจากบทความ ‘Betta Trilogy’, Author: Joep van Esch, Source: www.bettaterritory.nl
This article was permission from Joep van Esch, www.bettaterritory.nl , For Translating to Thai.
Translate to Thai by S.Chatchawal, chatbkk@gmail.com.


บทความชุดนี้ ได้รับอนุญาตจาก Joepmaster, www.bettaterritory.nl แล้ว เพื่อนำมาเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเรื่องปลากัดในรูปแบบภาษาไทย เพื่อมุ่งหวังให้ปลากัดเป็นที่นิยมแพร่หลายทั่วไป ไม่ได้มุ่งหวังเชิงพาณิชย์แต่ประการใด

ปัจจุบันมีปลากัดหางสั้นที่ใช้คำทับศัพท์ว่า Plakat ตัวย่อ PK เผยแพร่ไปทั่วโลกในรูปทรงแบบต่างๆ กันไป ในบทความนี้ ปรารถนาจะจะแชร์มุมมองของผู้เขียนเกี่ยวกับปลากัดหางสั้นรูปทรงต่างๆ ที่มีในปัจจุบัน หวังว่าบทความนี้จะนำพาให้เข้าใจถึงชนิดปลากัดหางสั้นและมาตรฐานต่างๆ ของปลากลุ่มนี้ได้ในชัดเจนมากยิ่งขึ้น พึงระลึกว่าบทความนี้จะมีบางส่วนที่คาบเกี่ยวอยู่กับมาตรฐาน IBC ปัจจุบันส่วน Plakat อยู่ด้วย
บทความนี้ได้ถูกตีพิมพ์เผยแพร่ใน Flare (วารสารของ IBC) ฉบับกันยายน/ตุลาคม 2550 ปีที่ 41 ฉบับที่ 2

ปลากัดหางสั้นได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างมากในโลกของผู้นิยมเลี้ยงปลากัด อาจจะเนื่องมาจากรูปทรงที่กะทัดรัดและความปราดเปรียว และมักมีข้อดีเหนือกว่าปลากัดหางยาวตรงที่เครื่อง (ครีบและหาง) ยังคงดูดีตลอดอายุขัย ไม่ค่อยเสื่อมถอยไปมากนัก นอกจากนี้ลักษณะเครื่องยังใกล้เคียงกับปลาป่ามากทีเดียว นักเพาะพันธุ์ปลากัดในไทยเริ่มจากจับปลาป่า (ปลาที่มีตามแหล่งน้ำธรรมชาติ) เพื่อนำมาพัฒนาในเรื่องของนิสัยการต่อสู้ รูปทรง ความแข็งแกร่ง ขนาด และสีสัน โดยเป็นเรื่องที่มาเนิ่นนานไม่น้อยเลย จากการคัดเลือกสายพันธุ์นี้นำมาซึ่งสีสันและรูปแบบหางต่างๆ ที่เป็นที่รู้จักกันดีในปัจจุบัน     

ในด้านต่างประเทศ การคัดเลือกสายพันธุ์ผลงานของ Guy Delaval (ชาวฝรั่งเศส) ในช่วงปี 2523 จากปลาที่จำหน่ายในร้านขายสัตว์เลี้ยง (Paris Jones และ Peter Goettner ในอเมริกา) ได้นำมาซึ่งปลากัดที่มีส่วนหางกว้างเป็นพิเศษ (กางได้จนถึง 180 องศา) ตั้งแต่หน้าปกวารสาร FAMA ในปี 2536 ที่แสดงภาพปลากัดฮาล์ฟมูน (halfmoon) สีเทอร์คอยส์ (turquoise) ตัวผู้ ซึ่งเพาะโดยกลุ่ม CHENMASWIL ที่ประกอบด้วย Laurent Chenot (ฝรั่งเศส), Rajiv Massilamoni (สวิตเซอร์แลนด์) และ Jeff Wilson (อเมริกา) หางรูปตัวอักษร D ก็ได้ผงาดอยู่ชั้นแนวหน้าของโลกปลากัด! และพัฒนาสืบต่อกันมาจนกลายเป็นรูปแบบมาตรฐานอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน พัฒนาการนี้ยังมีผลกระทบต่อการสร้างรูปแบบหางอื่นๆ อีกด้วย ปัจจุบันมาตรฐานของทั้งปลาหางเดี่ยวและหางคู่ถูกอธิบายโดยเทียบเคียงกับหางทรงตัวอักษร D นี้ แต่พึงระลึกไว้เสมอว่ายังมีองค์ประกอบอื่นอีกไม่เพียงเฉพาะแต่หางเท่านั้น ที่จะทำให้ได้เป็นปลาฮาล์ฟมูนตรงตามอุดมคติได้ นั่นคือทุกส่วนจะต้องได้สมดุลรับกันเป็นรูปโค้งของวงกลมได้พอดี
   
 
ฮาล์ฟมูนจากกลุ่ม CHENMASWIL ได้รับรางวัล "BEST OF SHOW" IBC Convention 1993 Tampa, Florida [1]   
 
ภาพร่างรูปทรงที่เป็นอุดมคติของปลาฮาล์ฟมูน โดย Yia Ly (ชาวฝรั่งเศส) [2]   

ปลากัดแบบดั้งเดิม (traditional plakat) เป็นรูปแบบเดียวที่เห็นกันมาเนิ่นนานในการประกวดปลากัดสวยงาม แต่กระแสคลั่งฮาล์ฟมูน ก็นำไปสู่การพัฒนาประเภทหางของปลาหางสั้นอีกด้วย ในเวลาต่อมามีการผสมข้ามกันระหว่างฮาล์ฟมูนหางยาวกับปลากัดหางสั้นดั้งเดิม พัฒนาไปสู่ปลากัดหางสั้นฮาล์ฟมูน (halfmoon plakat, HMPK) ได้เป็นรูปทรงที่เป็นแบบไม่สมมาตร (asymmetrical) แบบปลากัดดั้งเดิมแต่มีลักษณะที่ผสมผสานกันอยู่ของทั้งปลากัดหางสั้น (PK) และปลากัดฮาล์ฟมูน (HM) ในปี 2548 IBC ได้แยกประเภทปลากัดดั้งเดิม (PK) และแบบไม่สมมาตร (asymmetrical show PK) ออกจากกันอย่างชัดเจนโดยแยกเป็นมาตรฐานคนละประเภทกันไปเลย มาตรฐานทั้งสองประเภทนี้จะมีส่วนคาบเกี่ยวกันอยู่มากทีเดียว แต่มีจุดหลักที่ต่างกันสองประเด็นคือส่วนครีบหางและกระโดง

ขณะที่ฮาล์ฟมูนหางยาวเป้าหมายหลักอยู่ที่การได้ปลาที่รูปทรงสมดุลรับกัน แต่กับปลา HMPK กลับเป็นปลาแบบไม่สมมาตร เรื่องนี้น่าแปลกใจกันไหม? การได้รับความนิยมมากขึ้นในปลากัดหางสั้นสวยงามนำไปสู่การพัฒนา PK อีกประเภทขึ้นมา นั่นคือ ปลากัดหางสั้นแบบสมมาตร (symmetrical PK) เป็นรูปแบบหางสั้นอย่างหนึ่งที่สมมูลกับฮาล์ฟมูนหางยาว หรือที่บางครั้งถูกเรียกว่า “ชอร์ตมูน (shortmoon)” IBC ได้ตอบสนองกระแสนิยมนี้โดยเพิ่มส่วนมาตรฐานขึ้น อาจมองได้ว่าเป็นฉบับเสริมสำหรับหางสั้นจากฉบับมาตรฐานที่ใช้กับฮาล์ฟมูนหางยาวก็ได้

จากการขยายหมวดหมู่ของปลากัดหางสั้น (PK) ออกเป็นถึง 3 หมวด (class) ด้วยกันนี้ แน่นอนคงสร้างความสับสนให้ได้ไม่น้อยเลย อะไรกันบ้างที่เป็นความคล้ายและแตกต่างกันของมาตรฐานเหล่านี้?

รูปทรงโดยรวม: ตามชื่อจะเป็นตัวบ่งชี้ Asymmetrical (traditional – แบบดั้งเดิม) และ Show PK จะมีรูปทรงในแบบไม่สมดุล โดยส่วนหลักอยู่ที่ความยาวของครีบท้อง (ตะเกียบ) และรูปทรงของครีบทวาร (ชายน้ำ) ส่วน Symmetrical PK จะตรงข้าม โดยรูปทรงจะสมดุลรับกันหมด และโดยอุดมคติทั้งตัวจะมีทรงโดยรวมเป็นรูปไข่

ลำตัว: ทรงของลำตัวของปลากัดหางสั้น (PK) ทั้งสามชนิดนี้มีทั้งส่วนคล้ายและต่างกันอยู่ เป็นสิ่งสำคัญที่ส่วนลำตัวจะต้องรับเข้ากันกับเครื่อง (ครีบและหาง) ของปลา โดยอุดมคติส่วนลำตัวจะต้องมีข้อหรือโคนหาง (peduncle) ที่แข็งแรง แนวเส้นของสันด้านบนจากปากถึงกระโดงจะต้องเป็นแนวโค้งเรียบไม่หักมุมมากเกินไปนัก ส่วนท่อนหลังของลำตัวควรที่จะมีลักษณะเกือบสมมาตร (เหมือนภาพสะท้อนจากบานกระจก เมื่อสมมุติว่ามีแนวเส้นลากตลอดแนวกลางลำตัว เกล็ดบนลำตัวเรียงได้ระเบียบสวยงาม

 
 
ปลากัดหางสั้นตัวผู้สีดำ แบบดั้งเดิม (traditional PK) ซึ่งเป็นแบบไม่สมมาตร(asymmetrical)   

ครีบหาง: ในปลากัดหางสั้น (PK) ทั้งสามแบบ ในทางอุดมคติหางควรกางได้ 180 องศา โดยความแตกต่างนั้นจะอยู่ที่รูปทรงและกิ่งแยกบนหาง หางของปลากัดแบบดั้งเดิม (traditional PK) ยอมให้เป็นใบกลมหรือใบโพธิ์ก็ได้ ความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ลักษณะอุดมคติของปลากัดแบบดั้งเดิมควรมีกิ่งแยกหลักเดียว (แตกสองออกไป -2 ray) ตามมาตรฐาน IBC อนุญาตให้เป็นได้ทั้งแบบก้านแยกหลัก (แตกสอง) หรือแยกรอง (แตกสี่) ก็ได้ การกางของหางไม่ได้มาจากก้านแยกที่เพิ่มมากขึ้น แต่มากจากเนื้อบนใบหางระหว่างก้านแยกนี้ หางของทั้งแบบ asymmetrical show PK และ symmetrical PK นี้จะต้องมีก้านที่ตรง ขอบคม และได้รูปทรงเป็นครึ่งวงกลม (แบบตัวอักษร D) ก้านในหางมักจะกิ่งย่อยรอง (แตกสี่) หรือมากกว่านี้ (แต่ไม่ควรมีมากเกินไปนัก) หางที่กางเกิน 180 องศา (overhalfmoon, oHM) ไม่ได้ถือเป็นข้อพิเศษกว่าหางที่กาง 180 องศาพอดี ในหมวดนี้ หางไม่ควรยาวเกิน 1/3 ของความยาวลำตัว   

ครีบหลังหรือกระโดง: ในปลากัดหางสั้นทั้งสามแบบนี้ กระโดงที่ซ้อนเกยทับลำตัวไม่ใช่รูปแบบที่ต้องการ และก้านด้านหน้า (ส่วนที่ใกล้หัว) จะต้องไม่สั้นเกินไปนัก (ในปลาสองหางส่วนนี้จะสั้นมาก) กระโดงของปลากัดแบบดั้งเดิม (asymmetrical traditional PK)  มีรูปร่างเป็นครึ่งวงกลมที่อาจมีลักษณะคล้ายเป็นปลายหนามแหลมเล็กน้อยบ้าง และมีเนื้อเยื่อเต็มใบ

ส่วนกระโดงของปลากัดสวยงามแบบไม่สมมาตรควรเป็นรูปครึ่งวงกลม จะให้ดีคือเป็นรูปใบพัด โดยตัวใบของกระโดงจะมีก้านแตกอยู่เต็มแทนที่จะเป็นเนื้อใบของกระโดง ส่วนในแบบสมมาตร ปกติกระโดงจะมีรูปร่างคล้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็กน้อย แต่สำคัญว่าขนาดและรูปร่างของใบกระโดงจะต้องไม่ทำให้เสียสมดุลโดยรวมไป ลักษณะที่เป็นที่ต้องการคือมีก้านแตกเป็นจำนวนมาก
             
 
ปลากัดหางสั้นตัวผู้สี metallic blue แบบ asymmetrical show PK
 
ปลากัดหางสั้นตัวผู้สีคอปเปอร์ แบบ asymmetrical PK [4] 
   
ครีบทวารหรือชายน้ำ: ชายน้ำจะมีจุดเริ่มต้นที่จุดหนาที่สุดของลำตัว และยาวไปจนถึงส่วนโคนหาง กรณีอุดมคติที่สุดก็คือให้ส่วนของชายน้ำซ้อนทับกับส่วนล่างสุดของหางตอนปลากางหางเต็มที่ ในปลากัดแบบดั้งเดิม ชายน้ำมีรูปทรงแบบสี่เหลี่ยมด้านไม่เท่า ที่ส่วนหน้าสั้นและยาวที่ส่วนหลัง โดยปลายแหลมอย่างชัดเจน ความยาวของก้านสุดท้ายปกติจะเป็นสองเท่าของของหางด้านล่าง ส่วนชายน้ำของปลากัดสวยงามแบบไม่สมมาตรก็มีลักษณะคล้ายกัน ต่างกันที่ปลายไม่แหลม ส่วนปลากัดแบบสมมาตรนั้นชายน้ำควรจะเป็นลักษณะค่อนไปทางสี่เหลี่ยมผืนผ้ามากๆ และได้แนวขนานกับลำตัว ความยาวของก้านอาจจะยาวหรือสั้นกว่าส่วนล่างของหางและส่วนสูงของกระโดงเล็กน้อย แต่ต้องรักษาให้รูปทรงโดยรวมสมดุลรับกัน

ครีบอกหรือตะเกียบ: ตะเกียบของปลากัดแบบดั้งเดิมเป็นได้ทั้งลำเรียวหรืออ้วนก็ได้ ความยาวอย่างน้อย 2/3 ของความยาวลำตัว (วัดจากฐานของครีบตะเกียบนี้ไปจนถึงโคนหาง) ขึ้นไป ตะเกียบของปลากัดสวยงามแบบไม่สมมาตรควรมีความยาวในแบบเดียวกันที่กล่าวไป แต่ควรเป็นลำอ้วน ส่วนแบบสมมาตรจะต่างไปจากทั้งสองประเภท กล่าวคือควรได้สัดส่วนที่สมดุลรับกันกับส่วนครีบอื่นเพื่อรักษาให้ได้ทรงที่เป็นสมมาตร               
   
 
ปลากัดหางสั้นตัวผู้สี Black copper แบบ symmetrical show PK [4]
 
ปลากัดหางสั้นตัวผู้สีผสม น้ำเงิน/แดง แบบ symmetrical PK [5]
         
พึงระลึกว่าการแบ่งคลาสหรือหมวดหมู่ของปลากัดหางสั้น (PK) ที่กล่าวไปนี้เป็นกรณีอุดมคติ ในความเป็นจริงการแบ่งประเภทเช่นนี้ทำได้ยากอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะสำหรับการนำมาประกวด ทั้งนี้อาจมาจากการนำไปผสมข้ามระหว่างประเภทในหางสั้นด้วยกันหรือหางยาวไปเลย มักทำให้เกิด “รูปทรงที่คาบเกี่ยว” กันอยู่ ซึ่งมักถูกเรียกว่าเป็น “transitional PK (คาบเกี่ยวระหว่างคลาส)” จากหมวดหมู่ของปลากัดหางสั้นทั้งสามที่มีอยู่แล้วนี้นำไปสู่ “transitional PK” สองประเภทด้วยกันคือ

1) "Transitional PK type 1"
เป็นรูปทรงระหว่างปลากัดดั้งเดิม (traditional PK) กับปลากัดสวยงามแบบไม่สมมาตร (asymmetrical show PK) ปกติแล้วหางของชนิดนี้จะแตกมาก (จาก 4 ถึง 8 ก้าน) เหมือนกับหางของปลากัดสวยงามแบบไม่สมมาตร แต่ขอบมักจะมน ทำให้เราทราบได้ว่าสืบทอดมาจากปลากัดดั้งเดิม ครีบทวารหรือชายน้ำยังมักเป็นปลายแหลมน้อยกว่าแบบดั้งเดิมแต่ยาวกว่าปลากัดสวยงามแบบไม่สมมาตร

2) "Transitional PK type 2"
เป็นรูปทรงระหว่างปลากัดสวยงามแบบไม่สมมาตรกับแบบสมมาตร จุดแบ่งที่ยากของกรณีนี้อยู่ที่รูปร่างของกระโดง ชายน้ำ และตะเกียบ ปกติกระโดงจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ชายน้ำมีความลาดชันน้อยกว่าปลากัดสวยงามแบบไม่สมมาตร แต่ก็ยังเป็นแนวขนานที่น้อยกว่าแบบสมมาตร ปกติตะเกียบจะยาวกว่าทั้งสองหมวดนี้

โดยทั่วไปแล้ว ปลาเหล่านี้ไม่ได้ถูกจัดแยกไว้ในหมวดหนึ่งหมวดใด แต่ถือเป็นต้นทางสำหรับการนำไปต่อยอดเพื่อสร้างสายที่สวยๆ ได้ต่อไป
 
ปลากัดหางสั้นตัวผู้ สี Dragon แบบ "transitional PK type 1"
 
ปลากัดหางสั้นตัวผู้ สี Metallic blue "transitional PK type 2"
     
หวังว่าจะเพลิดเพลินไปกับบทความนี้ และทราบถึงชนิดปลากัดหางสั้น (PK) รูปแบบต่างๆ ที่ปัจจุบันแพร่หลายอยู่ทั่วโลกได้อย่างชัดเจน

Thanks Joep Van Esch at www.bettaterritory for the original article.
Translate to ‘thai’ by S.Chatchawal, chatbbk@gmail.com



กิตติกรรมประกาศสำหรับที่มาของภาพประกอบ (Credits for all picture owners)
1. FAMA magazine
2. Yia Ly
3. Dong (คุณโด่ง ประเทศไทย)
4. Rung Keereelang (คุณรุ่ง ‘บ้านแลง’ ประเทศไทย)
5. Morris Gabriel

ศัพท์
traditional plakat = ปลากัดแบบดั้งเดิม ปลากัดหางสั้นที่บ้านเรามักเรียกว่าแตกสอง
asymmetrical show plakat = ปลากัดหางสั้นสวยงามแบบไม่สมมาตร เป็นปลากัดหางสั้นที่มักรู้จักกันทั่วไปในตัวย่อว่า HMPK
symmetrical plakat = ปลากัดหางสั้นแบบสมมาตร บางครั้งถูกเรียกว่า shortmoon โดยถูกเทียบเคียงจากปลาฮาล์ฟมูนหางยาว แต่เป็นรูปแบบที่ย่อส่วนเป็นหางสั้น
anal fin = ครีบทวาร หรือชายน้ำ
caudal fin = ครีบหาง
dorsal fin = ครีบหลัง หรือกระโดง
ventral fin= ครีบอก หรือตะเกียบ
ray =  ก้านที่เห็นบนครีบส่วนต่างๆ

ส่งท้ายจากผู้เรียบเรียงฉบับภาษาไทย
ด้วยความเยาว์ในประสบการณ์แวดวงปลากัดสวยงามของผู้เรียบเรียงเป็นภาษาไทยนี้ อาจทำให้มีข้อบกพร่องในการสื่อความหมายจากต้นฉบับเดิม จึงขอรบกวนท่านผู้รู้และผู้มีประสบการณ์ได้ช่วยแจ้งให้ทราบถึงข้อผิดพลาด จะได้ปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องต่อไป เพื่อให้การเลี้ยงปลากัดสวยงามในบ้านเราได้พัฒนาไปอย่างมีรากฐานที่ถูกต้องเป็นสากลต่อไป และสำคัญที่สุดก็คือต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงต่อความกรุณาและไมตรีจิตของคุณ Joep van Esch เจ้าของบทความนี้แห่ง www.bettaterritory.nl ที่ตอบรับการร้องขอนี้อย่างรวดเร็วในชั่วข้ามคืน โดยยินดีให้นำมาแปลและเรียบเรียงเป็นฉบับภาษาไทยนี้ได้ รวมถึงเจ้าของภาพประกอบบทความ