Author Topic: การเพาะพันธุ์  (Read 3816 times)

webmaster

  • Administrator
  • Newbie
  • *****
  • Posts: 25
  • ชีวิตไม่ให้ใครบงการ
    • View Profile
    • http://www.betta-fever.com/
การเพาะพันธุ์
« on: February 02, 2011, 13:47:58 »
การเพาะพันธุ์

ขั้นตอนที่ 1 เลือกพ่อแม่พันธุ์
เพื่อการเพาะปลากัดให้ได้ลูกปลาที่สวยงาม แข็งแรง จำนวนมาก ขอให้ท่านคำนึงถึงสิ่งสำคัญต่อไปนี้
1.  เลือกปลาพ่อแม่พันธุ์ที่สมบูรณ์แข็งแรงที่สุด
-   ปลาที่สมบูรณ์พร้อมจะผสมพันธุ์ จะว่ายน้ำ ปราดเปรียว สีสดใส
-   ปลาตัวผู้จะขยันก่อหวอด
-   ปลาตัวเมียท้องจะโตเต็มที่ จะเห็นไข่นำชัดเจนและที่ลำตัวมีสีอ่อนสลับเข้มคาดขวางลำตัวในแนวตั้ง
2.  อายุพ่อแม่พันธุ์
        -  ปลาประเภทหางยาวทุกสายพันธุ์ที่จะนำไปเป็นพ่อแม่พันธุ์ควรมีอายุราว 4 - 6 เดือน สาเหตุก็คือ ถ้าใช้ปลาหางยาวที่มีอายุมาก (หางที่ยาวใหญ่และหนัก) จะลดประสิทธิภาพในการรัดปลาตัวเมียและการว่ายน้ำขึ้นและลงเพื่อไปเก็บไข่ที่อยู่ก้นอ่างไปพักไว้ที่หวอดนั้นจะใช้เวลามากกว่าปลาที่อายุน้อย
       -  ส่วนปลาประเภทหางสั้นจะไม่มีปัญหานี้ ดังนั้นจึงควรใช้ปลาอายุ 7 -10 เดือน ซึ่งเป็นปลาที่โตเต็มที่ ตัวใหญ่ สามารถให้ไข่จำนวนมาก
3.  เลือกปลาที่มีประวัติของสายพันธุ์ที่ดี สวยโดดเด่นทั้งทางด้านสีสันและรูปร่าง
4.  เลือกปลาตัวเมียที่ขนาดไม่เล็กกว่าปลาตัวผู้มากเกินไป

ขั้นตอนที่ 2 เทียบคู่
1.  นำปลาตัวเมียใส่ขวดโหลแล้ววางเทียบกับโหลของปลาตัวผู้ในสถานที่เงียบสงบปราศจากสิ่งรบกวนและมีแสงสว่างเพียงพอให้ปลาเห็นหน้ากันชัดเจนตลอดวันเป็นเวลา 2 วัน สาเหตุที่ผมเทียบคู่แค่ 2 วันคือใน 2 วันแรกที่ปลาได้เริ่มเจอกันนั้น เป็นระยะที่ปลาจะตื่นเต้นที่สุดเหมือนกับเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่เพิ่งได้เจอกันใหม่ๆและแน่นอนว่า มันจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการผสมพันธุ์
2.  ให้อาหารให้ปลา กินอิ่มให้ครบทุกมื้อ

ขั้นตอนที่ 3 เตรียมอ่างเพาะ
1.  ใช้อ่างพลาสติกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางราว 35 ซม.
2.  ทำความสะอาดให้ทั่วถึงด้วยน้ำประปา
3.  เติมน้ำให้ได้ความลึกประมาณ 12 - 15 ซม.
4.  เติมเกลือทะเล 1 ช้อนโต๊ะ
5.  ใส่น้ำใบหูกวาง ให้น้ำเป็นสีเหลืองอ่อน
6.  เปิดเครื่องทำออกซิเจนทิ้งไว้ในอ่างเพาะ 24 ชั่วโมง

ขั้นตอนที่ 4 การผสมพันธุ์
1.  เช้าวันผสมพันธุ์ราว 8.30 น. ให้พ่อแม่พันธุ์ กินอาหารให้อิ่มเต็มที่ รอไว้ราว 2 ชั่วโมง ให้อาหารย่อย และให้ปลาถ่ายสิ่งปฏิกูลออกให้หมด
2.  ตัดใบหูกวางแห้งหรือใบไม้แห้งชนิดอื่นๆขนาดราว 8 x 15 ซม. และ พืชน้ำเช่นผักบุ้งวางลงในอ่างเพาะ
3.  นำอ่างเพาะใส่ลงในกล่องโฟม ใส่ปลาตัวผู้และปลาตัวเมียลงในอ่างเพาะ ปิดอ่างเพาะให้สนิทด้วยฝาโฟม
4.  ที่สำคัญ ต้องไม่เปิดดูไม่ให้อาหาร ไม่ส่งเสียงให้ปลาตกใจเป็นอันขาด
1.  เปิดฝาอ่างเพาะตอนพระอาทิตย์ตกดินในวันรุ่งขึ้นโดยไม่เปิดไฟ ใช้ไฟฉายส่องไปที่หวอดถ้าเห็นไข่ปลาเม็ดเล็กๆสีขาวขุ่นจำนวนมากเกาะที่หวอด ให้ส่องหาปลาตัวเมีย ซึ่งปกติจะนอน อยู่ที่บริเวณขอบอ่างฝั่งตรงข้ามหวอดใช้มือค่อยๆช้อนปลาตัวเมียออกใส่บ่อพักที่เตรียมไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ปลาตัวเมียแอบกินไข่หรือถูกปลาตัวผู้ทำร้ายจนบาดเจ็บหรืออาจถึงตายได้
2.  หากปลาตัวเมียยังไม่วางไข่ ให้ ปิดฝาอ่างเพาะและปิดกล่องโฟมกลับเข้าที่ แล้วเปิดดูในวันรุ่งขึ้น ทำแบบเดียวกันจนครบ 3 วัน ถ้าปลายังไม่ออกไข่ให้เปลี่ยนปลาคู่ใหม่
3.  ปลาตัวเมียที่เพิ่งเสร็จจากการผสมพันธุ์จะบอบช้ำมาก ครีบจะขาดวิ่น มีแผลที่ท้องและลำตัว ท่านจำเป็นจะต้องนำปลาไปรักษาในอ่างพยาบาลที่เติมน้ำสะอาด ผสมน้ำใบหูกวางให้เป็นสีน้ำตาลอ่อน ใส่เกลือทะเลในอัตราส่วนครึ่งช้อนชาต่อน้ำ 1 ลิตร แล้วใส่อาหารให้ครบทุกมื้อ ภายใน 20 วัน บาดแผลก็จะหายเป็นปกติและพร้อมที่ จะผสมพันธุ์ได้อีกครั้ง

ขั้นตอนที่ 5 การเลี้ยงลูกปลา
1.  หลังจากที่ได้ตักปลาตัวเมียออกจากอ่างเพาะแล้ว ให้ปิดฝาอ่างเพาะและกล่องโฟมเป็นเวลา 3 วัน โดยไม่ต้องให้อาหาร ไม่เปิดดู ไม่ส่งเสียงให้ปลาตกใจ เพราะเมื่อไหร่ที่ปลาตัวผู้ตกใจมันจะอมลูกไว้ในปากจนอาจทำให้ลูกปลาบาดเจ็บ ตาย หรือกินลูกตัวเอง
2.  ไข่ที่ได้รับการผสมน้ำเชื้อจะฟักเป็นตัวภายในเวลา 36 ชั่วโมง ลูกปลาที่เพิ่งฟักอกจากไข่จะมีถุงอาหารติดมาด้วย       มันจะใช้อาหารในถุงนี้ได้ 2-3 วันหลังจากที่อาหารในถุงหมดลูกปลาจำเป็นต้องกินอาหารทันที หากท่านให้อาหารลูกปลาช้าเกินไปลูกปลาจะขาดอาหารจนทำให้อ่อนแอและตายภายใน 3 - 4 วันให้หลัง
ที่เป็นช่วงเวลาชี้เป็นชี้ตายของลูกปลา ด้วยเหตุนี้จึงควรให้อาหารลูกปลาเกิดใหม่ในวันที่ 3 นับจากวันที่ปลา              ออกไข่ซึ่งเป็นการให้อาหารไว้ล่วงหน้าเพื่อให้ลูกปลามีอาหารกินทันทีที่ต้องการโดยใส่ไรแดงไม่จำกัดขนาด เพื่อให้มีทั้งลูกไรแดงและพ่อแม่ไรแดงที่จะออกไข่เป็นลูกไรตัวเล็กๆให้ลูกปลากิน ให้อาหารวันละครั้ง โดยให้ในจำนวนที่พอเหมาะไม่มากเกินไปจนทำให้น้ำเน่าเสีย ปริมาณของอาหารควรเพิ่มตามขนาดของลูกปลาที่โตขึ้น
3.  เมื่อลูกปลาแข็งแรงพอที่จะว่ายน้ำได้เอง ซึ่งจะทดสอบได้โดยการเอานิ้วจิ้มลงในบ่อเพาะ หากลูกปลาตกใจว่ายน้ำหนีนิ้วมือ แสดงว่าลูกปลาว่ายน้ำแข็งแล้ว ซึ่งปกติจะเป็นช่วงเวลาราว 10 วัน หลังจากที่ปลาวางไข่ ถึงเวลานั้น หน้าที่ของปลา ตัวผู้ก็ได้สิ้นสุดลง ให้ใช้มือค่อยๆช้อนปลาตัวผู้ออกจากบ่อเพาะ
4.  เตรียมบ่อปูนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 120 ซม. ใส่น้ำให้ลึกราว 15 - 20 ซม. เติมน้ำใบหูกวางจนน้ำเป็นสีเหลืองอ่อน แล้วเปิดเครื่องทำออกซิเจนทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง แล้วน้ำลูกปลาใส่บ่อ
5.  ใช้สายยางดูดปฏิกูลและอาหารที่ลูกปลากินเหลือออกจากบ่อแบบกาลักน้ำ แล้วเติมน้ำสะอาดกลับไปให้ได้ระดับเดิมอาทิตย์ละ 1 ครั้ง
6.  เมื่อลูกปลาอายุได้ 1 เดือนให้แยกลูกปลาใส่บ่อปูนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 80 ซม. บ่อละ 30 ตัว เลี้ยงลูกปลาไว้ 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นให้แยกลูกปลาขึ้นโหล่เดี่ยว ท่านสามารถเพาะปลากัดได้ตลอดทั้งปีหากพ่อแม่พันธุ์แข็งแรง ปลาตัวเมียท้องแก่อุณหภูมิและสภาพแวดล้อมเหมาะสม
« Last Edit: February 05, 2011, 14:52:11 by webmaster »